
dailynews.co.th · Feb 20, 2026 · Collected from GDELT
Published: 20260220T063000Z
เมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 20 ก.พ. ที่พรรคภูมิใจไทย นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค ภท. พร้อมด้วย น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย โฆษกพรรค ให้การต้อนรับแกนนำและว่าที่ สส.พรรคประชาชาติ ประกอบด้วย นายซูการ์โน มะทา เลขาธิการพรรค และว่าที่ สส.ยะลา เขต 2 นายสุไลมาน บือแนปีแน ว่าที่ สส.ยะลา เขต 1 นายอับดุลอายี สาแม็ง ว่าที่ สส.ยะลา เขต 3 นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ว่าที่ สส.นราธิวาส เขต 5 เพื่อมาแสดงจุดยืนร่วมรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย และสนับสนุน นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ขณะที่พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ไม่ได้เดินทางมาด้วย เนื่องจากติดภารกิจต่างจังหวัด แม้ พ.ต.อ.ทวี หัวหน้าพรรคประชาชาติ ไม่ได้ร่วมเดินทางมากับอีกคณะว่าที่สส.พรรคประชาชาติ แต่ยืนยันที่จะเป็นอีก 1 เสียง รวมเป็น 5 เสียง ในการร่วมสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยตามมติของที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกพรรคประชาชาติ เมื่อวันที่ 19 ก.พ.ที่ผ่านมา โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า เบื้องต้นมีพรรคการเมืองที่มีว่าที่ สส. พร้อมสนับสนุนนายอนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรี จำนวน 14 เสียง โดยว่าที่ สส.พรรคประชาชาติ มาร่วมแสดงเจตจำนงกับพรรคภูมิใจไทย ในการสนับสนุนนายอนุทิน เป็นนายกฯ ส่วนขั้นตอนต่างๆ ต้องรอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ และรายงานตัวเป็น สส. ต่อสภาก่อน ถึงจะมีความแน่ชัดในประเด็นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องตำแหน่งต่างๆ ขอให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการแสดงเจตจำนงที่เรามีความพร้อมในการรวบรวมเสียงสนับสนุนนายอนุทินต่อไป ด้านนายซูการ์โน กล่าวว่า มติของพรรคประชาชาติเรามี 5 เสียง ว่าที่ สส. เป็นเอกฉันท์ ในการสนับสนุนนายอนุทิน เป็นนายกฯ และร่วมทำงานกับพรรคภูมิใจไทยในอนาคต ยืนยันว่าทุกเสียงต้องปฏิบัติตามมติของพรรค ส่วนที่ พ.ต.อ.ทวี ไม่เดินทางมาด้วย เนื่องจากติดภารกิจต้องไปร่วมงานศพ แต่ได้ฝากความคิดถึงมายังทีมงานผู้บริหารพรรคภูมิใจไทย โดยเฉพาะนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ ได้ฝากความคิดถึงไปยังนายอนุทิน ในฐานะที่เคยทำงานด้วยกันในสภา ชุดที่ 26 รวมถึงนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ด้วย พวกตนทั้ง 4 คน มาเป็นตัวแทนของพรรค ไม่ใช่มาแค่ 4 คน แต่มาพร้อมกันทั้ง 5 คน เมื่อถามถึง กรณีที่ผ่านมา พ.ต.อ.ทวี และพรรคประชาชาติ อาจเคยมีปัญหาขัดแย้งพรรคภูมิใจไทย โดยเฉพาะกรณีคดีฮั้ว สว. และคดีที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ ยังถือว่าร่วมงานกันปกติหรือไม่ นายซูการ์โน กล่าวว่า ช่วงที่ พ.ต.อ.ทวี ดำรงตำแหน่ง รมว.ยุติธรรม เป็นการทำหน้าที่ในฐานะรัฐมนตรี กระบวนการพิจารณาทั้งหมดอยู่ในชั้นของศาลแล้ว และบทบาทหน้าที่ของ พ.ต.อ.ทวี ก็จบไปตั้งแต่ตอนที่ออกจากการร่วมรัฐบาล ส่วนในนามของพรรคประชาชาติ ก็ทำหน้าที่ตามบทบาท เหมือนกับเราเล่นกีฬาฟุตบอล ในเวลาการแข่งขันเราก็เล่นกันไปในเกมกีฬา เมื่อหมดเวลาเราก็เป็นเพื่อนจับมือกันได้ เช่นเดียวกับเรื่องการเมือง ที่เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องเข้าใจว่าการเมืองคืออะไร พรรคประชาชาติในฐานะที่เป็นพรรคเล็กๆ ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เรารับฟังเสียงประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่ ก็อยากให้พรรคประชาชาติเข้ามาร่วมทำงานในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อสะท้อนปัญหาประชาชน ผลประโยชน์ของประชาชนสำคัญที่สุด เมื่อถามถึงเหตุผลในการเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย เลขาธิการพรรคประชาชาติ กล่าวว่า วันนี้เราทราบดีว่า เสียงส่วนใหญ่ของประชาชนเลือกพรรคภูมิใจไทย มาเป็นลำดับ 1 เป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ดังนั้นการทำงานร่วมกับพรรคที่มีเสียงส่วนใหญ่ เป็นเรื่องที่ถูกต้องตามระบอบประขาธิปไตย เราเป็นเสียงส่วนน้อย ในเมื่อเราได้รับมิตรไมตรีจากผู้ใหญ่ในพรรคภูมิใจไทย เราก็พร้อมทำงานโดยยึดประโยชน์ประชาชนเป็นสำคัญ “ผมเชื่อมั่นในวินัยของสมาชิกพรรคประชาชาติ ในเมื่อมติพรรคออกมาเป็นอย่างไร เราต้องทำตามมติพรรค ซึ่งเรามาร่วมรัฐบาล หากต่อไปมติของพรรคร่วมรัฐบาลว่าอย่างไร เราก็ว่าตามนั้น สิ่งเดียวที่ขอฝากไปยังพรรคภูมิใจไทย เป็นจุดยืนของเรา คืออะไรที่มันเป็นข้อกฎหมายที่ขัดกับหลักการศาสนา เราต้องมาคุยกัน กฎหมายใดที่มีปัญหากับหลักศาสนา ต้องคุยกัน เราจะไม่เห็นด้วยกับกฎหมายที่ขัดแย้งกับหลักการของศาสนาอิสลาม” เลขาธิการพรรคประชาชาติ กล่าว เมื่อถามถึงการเลือกตั้งที่อาจส่อเป็นโมฆะ และหลายฝ่ายพยายามจะส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย พรรคประชาชาติกังวลหรือไม่ นายซูการ์โน กล่าวว่า ขอให้เป็นหน้าที่ของ กกต. ว่าเขาจะดำเนินการอย่างไร ส่วนการเลือกตั้งจะเป็นโมฆะหรือไม่ หน้าที่ของเราที่สู้ในสนามเลือกตั้งจบแล้ว ที่หลายฝ่ายออกมาเรียกร้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ต้องดูที่หลักฐาน เพราะจะเป็นข้อชี้ชัดที่ศาลจะรับฟังได้ว่าจะเป็นโมฆะหรือไม่ ไม่ใช่อยู่ที่พวกเรา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเสียงของรัฐบาลในขณะนี้สามารถรวบรวมได้แล้ว 286 เสียง แบ่งเป็น พรรคภูมิใจไทย 193 เสียง พรรคเพื่อไทย 74 เสียง พรรคประชาชาติ 5 เสียง พรรคเศรษฐกิจ 3 เสียง พรรคเพื่อชาติไทย 2 เสียง พรรคไทยสร้างไทย 2 เสียง พรรคใหม่ 1 เสียง พรรครวมใจไทย 1 เสียง พรรคไทยทรัพย์ทวี 1 เสียง พรรครวมพลังประชาชน 1 เสียง พรรคมิติใหม่ 1 เสียง พรรคประชาธิปไตยใหม่ 1 เสียง และพรรคทางเลือกใหม่ 1 เสียง.