
dailynews.co.th · Feb 15, 2026 · Collected from GDELT
Published: 20260215T064500Z
ทุกวันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปี คือ วันโรคหัวใจแต่กำเนิดโลก (World Congenital Heart Disease Day) วันที่ทั่วโลกหันมาให้ความสำคัญกับโรคหัวใจแต่กำเนิด ซึ่งศ.พญ.อลิสา ลิ้มสุวรรณ กุมารแพทย์โรคหัวใจ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า ผู้ป่วยกลุ่มนี้ต้องได้รับการดูแลหัวใจที่ซับซ้อน โดยใช้บุคลากรการแพทย์หลายสาขาพร้อมกัน จึงเป็นที่มาของ “ศูนย์ความเป็นเลิศด้านโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดในผู้ใหญ่” (Adult Congenital Heart Disease: ACHD) คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ศ.พญ.อลิสา อธิบายว่า ความก้าวหน้าทางการแพทย์ ทำให้ผู้ป่วยโรคนี้สามารถรอดชีวิต เติบโตเป็นผู้ใหญ่ได้ แต่หัวใจที่ผ่านการรักษานั้น มีร่องรอยหรือบาดแผลจากการซ่อมแซม แถมยังมีโรคของผู้ใหญ่มาทับถม จึงทำให้เป็นหัวใจที่ซับซ้อนมากขึ้น “ศาสตร์ความรู้ในการดูแลโรคหัวใจแต่กำเนิดในผู้ใหญ่ จึงเป็นศาสตร์เฉพาะที่ต้องได้รับการเพิ่มพูนทักษะทั้งจากหมอเด็กโรคหัวใจและหมอหัวใจผู้ใหญ่ เพราะเป็นศาสตร์ที่มีความลึกและผสมผสานพร้อมกับองค์ความรู้ใหม่ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง” ด้าน รศ.นพ.ปิยะ สมานคติวัฒน์ ผู้ร่วมก่อตั้งศูนย์โรคหัวใจพิการแต่กำเนิดในผู้ใหญ่และอดีตหัวหน้าศูนย์คนที่ 2 ศัลยแพทย์ทรวงอกด้านโรคหัวใจแต่กำเนิด คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า โรคหัวใจแต่กำเนิดมีความซับซ้อนมาก การรักษาที่ปลอดภัยจึงต้องอาศัยการคุยกันอย่างลึกซึ้งของทุกสาขา ซึ่งในศูนย์ ACHD นั้นเราจะมีการประชุมร่วมกันของทีมแพทย์ ทั้งกุมารแพทย์หัวใจ อายุรแพทย์หัวใจ แพทย์สายสวน ศัลยแพทย์ พยาบาลเฉพาะทางและทีมสนับสนุนอื่น ๆ เพื่อทำให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตได้ดีที่สุดในแบบของเขาได้หลังผ่าตัด อย่างไรก็ตาม ความท้าทายของผู้ป่วยโรคนี้ คือ การต้องผ่าตัดซ้ำหลายครั้งตลอดชีวิต โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีปัญหาลิ้นหัวใจปอด ขณะที่ นพ.แมน จันทวิมล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน Interventional Cardiology อธิบายเสริมว่า ในอดีตหากลิ้นหัวใจเสื่อม ผู้ป่วยมักต้องผ่าตัดเปิดหัวใจซ้ำ ซึ่งมีความเสี่ยงสูงและส่งผลต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก ซึ่งแทนที่จะต้องผ่าตัดเปิดอกหลายครั้ง ทางศูนย์ฯ ใช้การเปลี่ยนลิ้นหัวใจผ่านสายสวน ผ่านหลอดเลือด โดยไม่ต้องเปิดอก ไม่ต้องหยุดหัวใจ ทำให้ฟื้นตัวเร็วขึ้นมาก บางรายกลับบ้านได้ภายในไม่กี่วัน การรักษานี้ไม่เพียงลดความเสี่ยงจากการผ่าตัดใหญ่ แต่ยังช่วยลดจำนวนครั้งของการผ่าตัดตลอดชีวิต ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วย ACHD ที่อาจต้องเผชิญการรักษาซ้ำหลายรอบ ดังนั้นเทคโนโลยีนี้จึงไม่ใช่เพียงนวัตกรรม แต่คือส่วนสำคัญของแนวคิดการดูแลระยะยาวของศูนย์ ACHD รศ.พญ.ธารินี ตั้งเจริญ หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศด้านโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดในผู้ใหญ่ กล่าวว่า ผู้ป่วยกลุ่มนี้มักหลุดจากระบบโดยไม่ตั้งใจ เพราะระบบสุขภาพไม่ได้ออกแบบมาเพื่อดูแลวัยผู้ใหญ่ ผู้ป่วยจำนวนมากต้องวนเวียนไปมาระหว่างโรงพยาบาล โดยไม่มีแพทย์คนใดที่เข้าใจประวัติการรักษาเดิมอย่างแท้จริง บางคนหายไปจากระบบ พอกลับมาโรคหัวใจเข้าสู่ระยะรุนแรงแล้ว ทางศูนย์ ACHD จึงได้สร้างระบบการรักษาตลอดชีวิต ภายใต้เป้าหมายสำคัญของศูนย์คือ ไม่ปล่อยให้ผู้ป่วยหลุดจากระบบ และการทำให้ผู้ป่วยทุกคนสามารถเข้าถึงการรักษาได้อย่างเท่าเทียม เพราะผู้ป่วยหัวใจแต่กำเนิดในผู้ใหญ่จำนวนไม่น้อย ต้องเผชิญกับภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาที่ต่อเนื่องยาวนาน บางรายจำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยเทคโนโลยีหรือยาขั้นสูง ซึ่งอาจอยู่นอกเหนือความสามารถในการรับภาระค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยและครอบครัว โดยประชาชนสามารถร่วมสนับสนุน เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยหัวใจแต่กำเนิดในผู้ใหญ่ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ผ่านมูลนิธิรามาธิบดี เลขบัญชี 026-305216-3 ธนาคารไทยพาณิชย์ ภายใต้กองทุนศูนย์โรคหัวใจพิการแต่กำเนิดในผู้ใหญ่ รหัสกองทุน 3225010008 โดยการบริจาคนี้สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า โดยส่งหลักฐานการโอนเงินและข้อมูลที่กำหนดมาที่มูลนิธิรามาธิบดี. อภิวรรณ เสาเวียง